Template by:
Free Blog Templates

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ผลวิจัยชี้ชัดเด็กจากรับตรงเจ๋งกว่าเเอดมิชชั่น

รศ.ดร.สมเกียรติ จอมจันทร์ทอง คณะบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยผลสัมฤทธิ์ผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้าศึกษาคณะวิศวะกรรมศาสตร์ระบบรับตรงกับผ่านทางการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกาลางการรับนิสิตนักศึกษา หรือ เเอดมิชชั่น เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะวิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูล นิสิตนักศึกษาคณะวิศวะกรรมศาสตร์ปี 2550 - 2551 ของมหาวิทยาลัยของรัฐ 12 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ธรรมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ม.เกษตรศาสตร์ ฯลฯ
รศ.ดร.สมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ผลสัมฤทธิ์ของนิสิตนักศึกษาที่ผ่านระบบรับตรงมีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมาทางระบบเเอดมิชชั่น โดยดูได้จากตัวชี้วัด 3 ด้าน ได้แก่ 1. การถูกรีไทร์ และการลาออกของนิสิตนักศึกษาจากระบบเเอดมิชชั่นมีสูงกว่ารับตรง 2. คะแนนเฉลี่ยของวิชาพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์ เช่น แคลคูลัส เคมี ฟิสิกส์ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ของกลุ่มแอดมิชชั่นต่ำกว่ากลุ่มรับตรง และ 3. คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลาย หรือ GPAX ของกลุ่มแอดมิชชั่นต่ำกว่ากลุ่มรับตรง " ผลการวิจัยดังกล่าวเเสดงให้เห็นว่า องค์ประกอบและค่าน้ำหนักที่นำมาใช้ในการแอดมิชชั่นของคณะวิศวะขณะนี้ยังไม่เหมาะสม ซึ่งได้เสนอต่อที่ประชุมสภาคณะบดีคณะวิศวะกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษธิการ และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ว่า ในการแอดมิชชั่นปี 2556 ของกลุ่มวิศวะจะต้องมีการปรับองค์ประกอบและค่าน้ำหนักใหม่ โดยจะใช้ GPAX 10% การวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT 20% และความถนัดวิชาชีพ/วิชาการหรือ PAT 70% แบ่งเป็นความถนัดทางด้านคณิตศาสตร์ หรือ PAT1 20% และความถนัดทางด้านวิศวะกรรมศาสตร์ หรือ PAT3 50% จากปัจจุบันที่ใช้ GPAX 20% คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET 30% GAT 15% PAT 35% แบ่งเป็นความถนัดทางวิทยาศาสตร์ หรือ PAT2 15% PAT3 20% โดยหวังว่า ทปอ.จะเห็นกับแนวทางนี้ แต่หากไม่เห็นด้วยคณะวิศวะกรรมมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็คงจะต้องรับผ่านระบบรับตรงมากขึ้นโดยอาจจะถึง 80-90% แล้วไปปรับแอดมิชชั่นเพี่ยง 10-20% เท่านั้น

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น